แอลกอฮอล์กับสังคมไทย
04 มิ.ย. 68สมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยเผย ภาครัฐและเอกชนควรร่วมมือเพื่อสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ซึ่งจะช่วยแก้ไขและลดทอนปัญหานักดื่มก่อนวัย อุบัติเหตุบนท้องถนน และปัญหาสังคมที่เกิดจากแอลกอฮอล์อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด แนะภาครัฐควรรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และปรับปรุงกฎหมายให้มีความเป็นสากล แก้ไขปัญหาการตีความที่คลุมเครือ ส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และส่งเสริมการให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของแอลกอฮอล์กับประชาชน
พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ยังมีความคลุมเครือในบางประเด็น และพึ่งพิงการใช้ดุลยพินิจของเจ้าพนักงานมากเกินไป จึงขาดแนวทางในการปฏิบัติที่แน่นอน ทั้งยังเอื้อให้เกิดผลประโยชน์ที่อาจสร้างแรงจูงใจทางอ้อมให้เกิดการตีความอย่างไม่เป็นธรรม อันเนื่องมาจากเงินสินบนรางวัล ในขณะเดียวกันภาคประชาชนได้ให้ความเห็นว่า พ.ร.บ. ดังกล่าวมีเนื้อหารสาระที่ดี แต่ขาดความชัดเจนในการปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน สร้างความสับสนให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ และส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อภาคธุรกิจและท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกปี โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 มีปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รวม 2,864 ล้านลิตร เติบโตจากปีก่อนหน้า 0.6% และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ที่ 3,088 ล้านลิตร โตขึ้น 7.8% นอกจากนี้ แนวโน้มการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทยที่มีอายุมากกว่า 15 ปี ก็ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้มีกฎหมายออกมา สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยมีพฤติกรรมและธรรมเนียมการดื่มและเฉลิมฉลอง โดยอยู่ในอัตราที่เหมาะสม ไม่ได้มากจนเกินไป
ประเด็นสำคัญคือ ผลสำรวจขององค์การอนามัยโลก (WHO) เกี่ยวกับปริมาณการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชากรที่มีอายุมากกว่า 15 ปีทั่วโลก ระบุว่าประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 72 ต่างจากความเชื่อที่ว่าประเทศไทยบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงเป็นลำดับต้นๆ ของโลก และจากผลสำรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังพบว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วราชอาณาจักร มีสาเหตุหลักจากการขาดวินัยจราจร ในขณะที่การเมาสุราเป็นสาเหตุลำดับที่ 7 สะท้อนให้เห็นแอลกอฮอล์ไม่ใช่ปัญหาหลักทางสังคม โดยเฉพาะเมาแล้วขับ และการใช้พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนในภาพรวมได้
